อาจจะไม่มีใครรู้ว่าใครคนแรกที่บัญญัติศัพท์ “Money Management” ขึ้นมาได้อย่างแน่นอน แต่ความเชื่อมโยงชี้ไปที่นิตยสาร Financial Times Group ในปี 1962 ที่ Dan Jones ได้นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการกองทุน ตลาดหุ้น ระบบธนาคาร และการเงินส่วนบุคคล
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แนวคิด MM ก็ค่อย ๆ แพร่กระจายไปยังชุมชนนักลงทุน และเมื่อตลาดฟอเร็กซ์เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ นักเทรดก็ค่อย ๆ ตระหนักว่า MM ไม่ใช่สิ่งที่ดี หรือจำเป็นเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการอยู่รอด
วัตถุประสงค์แท้จริงของ MM Forex คืออะไร
เป้าหมายหลักของ MM Forex มีสามประการ
ประการแรก คือการรักษาเงินทุนของคุณ เพื่อให้ได้ยาวนานที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ คุณอาจเห็นนักเทรดบางคนที่ใช้เงินจำนวนมหาศาล แต่อีก 3 เดือนพวกเขาก็หายไปจากตลาด เหตุผลคือพวกเขาไม่มี MM ที่ดี
ประการที่สอง คือการลดการสูญเสีย เมื่อคุณได้เรียนรู้วิธีการตั้ง Stop Loss ที่ถูกต้อง การหลีกเลี่ยงการเทรดที่เกินตัว และการยอมรับความสูญเสีย คุณจึงสามารถขัดขวางความเสียหายต่ออAccount ของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไม่ว่าคุณจะเทรดในช่วงเวลาสั้นหรือยาว MM ที่ดีคือการมองการไกล โดยคำนึงถึงทั้งโอกาสกำไรและโอกาสการสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น
MM Forex ไม่ใช่กลยุทธ์ แต่เป็นวิธีการใช้ชีวิต
MM Forex คืออะไร ก็คือ วิธีการคิดแบบใหม่เกี่ยวกับการเทรด ไม่ใช่เทรดเพื่อให้ได้กำไร แต่เทรดเพื่อให้อยู่รอด และการอยู่รอดจึงนำมาซึ่งกำไร
ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น หรือเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์หลายปี MM Forex ก็ยังคงเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด นักเทรดไม่ไปแบ่งการเทรดด้วยกลยุทธ์ที่ดีที่สุด แต่แบ่งตัวออกเป็น สองกลุ่ม กลุ่มที่มี MM ที่ดี และกลุ่มที่หายไปจากตลาดตลอดกาล
ดังนั้น ก่อนที่คุณจะค้นหา “ลับลึก” ของการเทรด ให้เริ่มจากการเข้าใจ MM Forex อย่างลึกซึ้ง เพราะนี่คือความแตกต่างระหว่างการเทรดที่ประสบความสำเร็จและการเทรดที่จบลงในความเสียหายอย่างหลีกไม่พ้น
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
MM Forex คือ กุญแจสู่ความสำเร็จในการเทรด
เมื่อพูดถึงการเทรดฟอเร็กซ์ หลายคนมักมองข้ามสิ่งที่อาจเป็นปัจจัยวิกฤตสำหรับความสำเร็จ นั่นคือการจัดการทางการเงิน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า Money Management (MM) Forex ไม่ใช่เพียงแต่กลยุทธ์ที่บางคนอาจลองใช้ดู แต่เป็นความจำเป็นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้หากคุณต้องการอยู่รอด และยิ่งไปกว่านั้นคือการเจริญงอกงามในตลาดการเทรดที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง
บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจว่า MM Forex จริง ๆ แล้วคืออะไร เหตุใดนักเทรดระดับมืออาชีพถึงมองว่ามันสำคัญมากกว่าการค้นหากลยุทธ์การเทรดที่"ลับสุด" และสิ่งที่สำคัญที่สุด คุณสามารถนำไปใช้ได้อย่างไรเพื่อให้บัญชีของคุณอยู่รอด
MM Forex คือ การเข้าใจให้ลึกซึ้งว่าเงินของคุณอยู่ที่ไหน
ในศัพท์เศรษฐศาสตร์ทั่วไป Money Management หมายถึงกระบวนการบันทึก บริหาร และวางแผนการใช้เงินของบุคคล ครัวเรือน หรือองค์กร แต่เมื่อพูดถึง MM Forex นั่นคือการจัดสรรทุนและการควบคุมความเสี่ยงในการเทรดตราสารแลกเปลี่ยนเงินตรา
คิดถึงมันเหมือนการวางแผนงบประมาณในบ้านของคุณ คุณต้องรู้ว่าเงินจำนวนไหนสามารถใช้ได้โดยไม่ทำให้ชีวิตประจำวันเสียหาย เงินจำนวนไหนควรสำรองไว้ เพื่อจำกัดความสูญเสีย และเงินจำนวนไหนสามารถหวังให้ได้กำไรในเวลาที่ยาวขึ้น เช่นเดียวกัน MM Forex นั่นคือการตัดสินใจอย่างรอบคอบว่าควรจะลงทุนหรือเสี่ยงเงินจำนวนเท่าใดในแต่ละการเทรด
แตกต่างจาก Risk Management ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการระบุ วิเคราะห์ และหลีกเลี่ยงความเสี่ยง MM Forex เป็นการตัดสินใจเชิงรับเพื่อให้สูงสุดถึงผลตอบแทน ทั้งคู่เหมือนมือซ้ายและมือขวา ทำงานร่วมกันเพื่อความสมดุล
ที่มาประวัติศาสตร์และการพัฒนาของ MM
อาจจะไม่มีใครรู้ว่าใครคนแรกที่บัญญัติศัพท์ “Money Management” ขึ้นมาได้อย่างแน่นอน แต่ความเชื่อมโยงชี้ไปที่นิตยสาร Financial Times Group ในปี 1962 ที่ Dan Jones ได้นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการกองทุน ตลาดหุ้น ระบบธนาคาร และการเงินส่วนบุคคล
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แนวคิด MM ก็ค่อย ๆ แพร่กระจายไปยังชุมชนนักลงทุน และเมื่อตลาดฟอเร็กซ์เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ นักเทรดก็ค่อย ๆ ตระหนักว่า MM ไม่ใช่สิ่งที่ดี หรือจำเป็นเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการอยู่รอด
วัตถุประสงค์แท้จริงของ MM Forex คืออะไร
เป้าหมายหลักของ MM Forex มีสามประการ
ประการแรก คือการรักษาเงินทุนของคุณ เพื่อให้ได้ยาวนานที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ คุณอาจเห็นนักเทรดบางคนที่ใช้เงินจำนวนมหาศาล แต่อีก 3 เดือนพวกเขาก็หายไปจากตลาด เหตุผลคือพวกเขาไม่มี MM ที่ดี
ประการที่สอง คือการลดการสูญเสีย เมื่อคุณได้เรียนรู้วิธีการตั้ง Stop Loss ที่ถูกต้อง การหลีกเลี่ยงการเทรดที่เกินตัว และการยอมรับความสูญเสีย คุณจึงสามารถขัดขวางความเสียหายต่ออAccount ของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประการที่สาม คือการเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดของผลตอบแทน ดังนั้นจึงสร้างสมดุลระหว่างความเสี่ยงและกำไรให้อยู่ในระดับเหมาะสม
ขั้นตอนเริ่มต้น MM Forex สำหรับมือใหม่
ขั้นแรก ตั้งค่าการยอมรับความเสี่ยงตามความจริง
ความผิดพลาดทั่วไปที่มือใหม่ทำคือ การกำหนดความเสี่ยงเป็นเปอร์เซ็นต์อย่างเดียว เช่น “ฉันจะเสี่ยง 2% ต่อการเทรด” โดยไม่คิดว่า 2% นั้นแปลว่าเท่าไหร่ในสกุลเงินจริง
ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมี $10,000 แต่ 2% ของ $10,000 คือ $200 นั่นอาจฟังดูน้อย แต่ถ้าคุณมี $1,000 เท่านั้น แล้ว 2% ก็กลายเป็น $20 ซึ่งอาจไม่พอที่จะเทรดได้เลย ดังนั้นคุณต้องกำหนดความเสี่ยงทั้งเป็นเปอร์เซ็นต์และเป็นจำนวนเงินจริง
ขั้นที่สอง วางแผนการเทรดแต่ละครั้งอย่างชัดเจน
ไม่มีแผน ไม่มีความสำเร็จ ก่อนที่จะเปิดตำแหน่งการเทรด คุณควรมีคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้:
การจดบันทึกแผนเหล่านี้ไว้ไม่เพียงแต่ช่วยลดอารมณ์ที่อาจทำให้การตัดสินใจของคุณเสียหาย แต่ยังช่วยให้คุณสามารถดูย้อนหลังและเรียนรู้จากความผิดพลาดได้
ขั้นที่สาม พัฒนาสไตล์การเทรดของคุณเอง
ไม่มีกลยุทธ์ MM เดียวที่ใช้ได้กับทุกคน บางคนชอบทำกำไรน้อย ๆ บ่อย ๆ (Scalping) บางคนชอบรอการเทรดใหญ่ ๆ (Swing Trading) ทั้งหมดเป็นไปได้หากคุณสามารถปรับ MM ให้เหมาะสมกับสไตล์ของคุณเอง
ทำไม MM Forex ถึงสำคัญจริง ๆ
ถ้าคุณเทรดแบบไม่มี MM ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มีเพียงสองอย่าง ทั้งคุณสูญเสียเงินทั้งหมดอย่างเร็ว หรือคุณสูญเสียช้า ๆ จนกว่าจะหมด
นักเทรดระดับมืออาชีพ แม้ว่าจะมีอัตราความสำเร็จเพียง 50% ของการเทรด (ชนะครึ่งแพ้ครึ่ง) พวกเขายังคงทำกำไรได้ เพราะเหตุใด เพราะ MM ทำให้กำไรที่ชนะนั้นใหญ่กว่าการสูญเสียเมื่อแพ้
เมื่ออารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง การเทรดจึงกลายเป็นเกมที่เสี่ยง MM ช่วยให้คุณสามารถเทรดตามวิจารณญาณ ไม่ใช่ตามรู้สึก
9 หลักเกณฑ์ที่นักเทรด Forex ที่ประสบความสำเร็จใช้
1. คำนวณและแยกเงินทุนที่สามารถเสี่ยงได้
สิ่งแรกที่ต้องทำคือ แบ่งแยกเงินของคุณอย่างชัดเจน เงินที่ใช้สำหรับชีวิตประจำวัน ค่าใช้จ่ายเพื่อความปลอดภัย และเงินที่สามารถสูญเสียได้ทั้งหมดโดยไม่กระทบต่อชีวิตของคุณ เฉพาะเงินส่วนสุดท้ายเท่านั้นที่ควรนำมาเทรด
2. หลีกเลี่ยงการเทรดแบบ “All-in” หรือเกินตัว
ความเสียใจที่สำคัญของนักเทรดมือใหม่คือ เมื่อพวกเขาชนะการเทรดหนึ่งครั้ง พวกเขาก็อยากรีบเพิ่มขนาด เพื่อหวังว่าครั้งต่อไปจะได้กำไรมากขึ้น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือการเทรดแพ้ ใหญ่ยิ่งขึ้น ระดับของตำแหน่งในการเทรดต้องคงที่ตามแผน MM ของคุณ
3. เทรดจากข้อมูล ไม่ใช่จากจินตนาการ
การเทรดที่ประสบความสำเร็จนั้นมาจากการทำความเข้าใจตลาด การดูแผนภูมิ การศึกษากราฟ ไม่ใช่จากหวังว่าราคาจะขึ้นเพราะคุณต้องการให้ขึ้น
4. ยอมรับการแพ้และเรียนรู้จากมัน
นักเทรดมืออาชีพไม่ใช่คนที่ชนะทุกการเทรด แต่เป็นคนที่สามารถรับการสูญเสียและดำเนินการต่อได้ โดยไม่ทำให้ตัวเองประสบกับอาการ “ระวม” (Tilt) ที่ส่งผลให้การตัดสินใจแย่ลงไปอีก
5. เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งไม่คาดคิด
ในตลาดฟอเร็กซ์ ทุกสิ่งอาจเกิดขึ้นได้ ข่าวสาร เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ ความเปลี่ยนแปลงนโยบาย MM ที่ดีคือการเตรียมพร้อมไว้ ไม่ใช่เฉพาะเมื่อเกิดขึ้น
6. ไม่เคยพลาดการใช้ Stop Loss
Stop Loss เหมือนลัคกี้ที่ช่วยชีวิต ปิดตำแหน่งอัตโนมัติเมื่อผลขาดทุนถึงจุดที่กำหนด ประโยชน์ของมันคือ คุณไม่จำเป็นต้องนั่งหน้าจออนาคต คุณสามารถไปทำสิ่งอื่นได้
7. ห้ามไล่ตามการสูญเสียด้วยการเทรดใหญ่ขึ้น
บ่อยครั้งที่นักเทรดมือใหม่ที่เพิ่งสูญเสียเงินก็อยากรีบเอากำไรมาชดเชยในการเทรดถัดไป โดยมักจะเปิดตำแหน่งใหญ่กว่าปกติ นี่คือสูตรสำหรับความเสียหายที่ใหญ่ยิ่งขึ้น
8. ทำความเข้าใจ Leverage ให้ลึกซึ้ง
Leverage เหมือนดาบสองคม กำไรจะขยายโต แต่การสูญเสียก็ขยายโต เช่นกัน นักเทรดระดับมืออาชีพใช้เวลาหลายปีในการเรียนรู้ว่าจะใช้ Leverage ได้อย่างไรอย่างถูกต้อง
9. วางแผนระยะยาว ไม่ใช่เพียงแต่วันนี้
ไม่ว่าคุณจะเทรดในช่วงเวลาสั้นหรือยาว MM ที่ดีคือการมองการไกล โดยคำนึงถึงทั้งโอกาสกำไรและโอกาสการสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น
MM Forex ไม่ใช่กลยุทธ์ แต่เป็นวิธีการใช้ชีวิต
MM Forex คืออะไร ก็คือ วิธีการคิดแบบใหม่เกี่ยวกับการเทรด ไม่ใช่เทรดเพื่อให้ได้กำไร แต่เทรดเพื่อให้อยู่รอด และการอยู่รอดจึงนำมาซึ่งกำไร
ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น หรือเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์หลายปี MM Forex ก็ยังคงเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด นักเทรดไม่ไปแบ่งการเทรดด้วยกลยุทธ์ที่ดีที่สุด แต่แบ่งตัวออกเป็น สองกลุ่ม กลุ่มที่มี MM ที่ดี และกลุ่มที่หายไปจากตลาดตลอดกาล
ดังนั้น ก่อนที่คุณจะค้นหา “ลับลึก” ของการเทรด ให้เริ่มจากการเข้าใจ MM Forex อย่างลึกซึ้ง เพราะนี่คือความแตกต่างระหว่างการเทรดที่ประสบความสำเร็จและการเทรดที่จบลงในความเสียหายอย่างหลีกไม่พ้น