ตรรกะของ Mira @miranetwork เข้มแข็งมาก ไม่เน้นให้ AI ฉลาดขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เน้นที่ “ความน่าเชื่อถือ” เป็นหลัก โดยการนำผลลัพธ์ของโมเดล AI ขนาดใหญ่ไปทำ “การตรวจสอบความเห็นพ้องต้องกัน” แล้วใช้กลไกลงโทษบนเชนเพื่อควบคุม Mira @miranetwork จึงสามารถลดอัตราภาพลวงของ AI จาก 30% ลงเหลือใต้ 5%
นี่เท่ากับเป็นการเพิ่มการตรวจสอบอย่างเข้มงวดให้กับ AI เท่านั้น คำตอบที่ได้รับความเห็นพ้องต้องกันจากหลายฝ่ายเท่านั้นที่จะถูกบันทึกลงเชน ความรอบคอบในระดับพื้นฐานเช่นนี้ ช่วยแก้ปัญหายากที่สุดของนักพัฒนาอย่างการรวมระบบ เช่น Klok ที่ฮิตมากในช่วงนี้ ก็เป็นตัวอย่างที่ดีมาก
แอปแชทอย่าง Klok ที่มีผู้ใช้ถึง 2.5 ล้านคน ต้องการเชื่อมต่อโมเดล AI หลายตัว แต่ก่อนต้องแก้โค้ดหลายชุดเพื่อรองรับอินเทอร์เฟซ แต่ Mira @miranetwork กลายเป็น “ศูนย์กลางเทคนิค” ที่รองรับอินเทอร์เฟซโดยตรงกับ OpenAI
นักพัฒนาไม่ต้องมายุ่งกับงานเทคนิคที่ซับซ้อนอีกต่อไป สามารถโฟกัสไปที่การปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ได้เต็มที่ ความสามารถนี้คือความต้องการที่แท้จริง เมื่อแก้ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นและประสิทธิภาพได้แล้ว ความทะเยอทะยานของ Mira ก็ไม่ใช่แค่การเป็นเครื่องมืออีกต่อไป
____🎊____🎊____🎊____🎊____🎊____🎊____
『 วางเส้นทางระยะยาวบนเส้นทางแห่งโอกาส 』
Mira @miranetwork ไม่ได้ทำเพื่อไล่ตามเทรนด์ระยะสั้น มันกำลังสร้าง “ชั้นความเชื่อถือ” แบบกระจายศูนย์ เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการใช้งาน AI อย่างจริงจัง นี่ไม่ใช่การแสดงที่สว่างไสวชั่วคราวเหมือนดอกไม้ไฟ แต่เป็นการสร้างพื้นฐานระยะยาว
แทนที่จะบอกว่ามันเป็นโปรเจกต์ มันคือการสร้างความมั่นใจในอนาคตว่าเราจะกล้าฝากงานสำคัญไว้กับ AI “แม้เส้นทางจะขรุขระและยาวนาน แต่เราก็จะก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มที่”
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
「 สวัสดีปีใหม่ 🎊 」
ตอนนี้การกดไลก์สามารถเห็นดอกไม้ไฟแล้วนะ คุณรู้ไหม? เมื่อกี้ลองกดดูเล่นๆ ดอกไม้ไฟน้อยๆ นี่คือความโรแมนติกของเหล่า “นักเทคโนโลยี” ของมาสค์ @elonmusk ซึ่งมีทั้งความระมัดระวังและพลัง
เมื่อพูดถึงดอกไม้ไฟและความแสวงหา “ความรู้สึกดีในชั่วพริบตา” ผมกลับสังเกตว่า @miranetwork @MiraNetworkCN กำลังทำสิ่งที่ไม่ค่อยเซ็กซี่เท่าไหร่ มันไม่อยากทำดอกไม้ไฟที่สว่างไสวชั่วคราว แต่ต้องการเป็นรากฐานที่คอยสนับสนุนอย่างเงียบๆ อยู่ด้านล่าง
____🎊____🎊____🎊____🎊____🎊____🎊____
『 จาก “ฉลาดขึ้น” สู่ “น่าเชื่อถือมากขึ้น” 』
ตรรกะของ Mira @miranetwork เข้มแข็งมาก ไม่เน้นให้ AI ฉลาดขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เน้นที่ “ความน่าเชื่อถือ” เป็นหลัก
โดยการนำผลลัพธ์ของโมเดล AI ขนาดใหญ่ไปทำ “การตรวจสอบความเห็นพ้องต้องกัน” แล้วใช้กลไกลงโทษบนเชนเพื่อควบคุม Mira @miranetwork จึงสามารถลดอัตราภาพลวงของ AI จาก 30% ลงเหลือใต้ 5%
นี่เท่ากับเป็นการเพิ่มการตรวจสอบอย่างเข้มงวดให้กับ AI เท่านั้น คำตอบที่ได้รับความเห็นพ้องต้องกันจากหลายฝ่ายเท่านั้นที่จะถูกบันทึกลงเชน
ความรอบคอบในระดับพื้นฐานเช่นนี้ ช่วยแก้ปัญหายากที่สุดของนักพัฒนาอย่างการรวมระบบ เช่น Klok ที่ฮิตมากในช่วงนี้ ก็เป็นตัวอย่างที่ดีมาก
____🎊____🎊____🎊____🎊____🎊____🎊____
『 มุมมองของนักพัฒนาที่มีต่อ “ปลั๊กอินอเนกประสงค์” 』
แอปแชทอย่าง Klok ที่มีผู้ใช้ถึง 2.5 ล้านคน ต้องการเชื่อมต่อโมเดล AI หลายตัว แต่ก่อนต้องแก้โค้ดหลายชุดเพื่อรองรับอินเทอร์เฟซ
แต่ Mira @miranetwork กลายเป็น “ศูนย์กลางเทคนิค” ที่รองรับอินเทอร์เฟซโดยตรงกับ OpenAI
นักพัฒนาไม่ต้องมายุ่งกับงานเทคนิคที่ซับซ้อนอีกต่อไป สามารถโฟกัสไปที่การปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ได้เต็มที่ ความสามารถนี้คือความต้องการที่แท้จริง
เมื่อแก้ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นและประสิทธิภาพได้แล้ว ความทะเยอทะยานของ Mira ก็ไม่ใช่แค่การเป็นเครื่องมืออีกต่อไป
____🎊____🎊____🎊____🎊____🎊____🎊____
『 วางเส้นทางระยะยาวบนเส้นทางแห่งโอกาส 』
Mira @miranetwork ไม่ได้ทำเพื่อไล่ตามเทรนด์ระยะสั้น
มันกำลังสร้าง “ชั้นความเชื่อถือ” แบบกระจายศูนย์ เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการใช้งาน AI อย่างจริงจัง นี่ไม่ใช่การแสดงที่สว่างไสวชั่วคราวเหมือนดอกไม้ไฟ แต่เป็นการสร้างพื้นฐานระยะยาว
แทนที่จะบอกว่ามันเป็นโปรเจกต์ มันคือการสร้างความมั่นใจในอนาคตว่าเราจะกล้าฝากงานสำคัญไว้กับ AI “แม้เส้นทางจะขรุขระและยาวนาน แต่เราก็จะก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มที่”