ข่าว Gate News ระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการปลอมแปลงแบบลึก (deepfake) กำลังกลายเป็นภัยคุกคามใหม่ที่กำลังเผชิญระบบ KYC ของธนาคารและแพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิทัล รายงานล่าสุดชี้ว่า ผู้โจมตีจากเว็บมืดได้พัฒนาและจำหน่ายเครื่องมือที่ผสาน deepfake กับการโคลนเสียงแบบเรียลไทม์ ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงการตรวจสอบตัวตนแบบเดิมได้ เครื่องมือนี้ไม่เพียงแต่สามารถสร้างตัวตนสังเคราะห์ที่สมจริงอย่างสูงเท่านั้น แต่ยังสามารถจำลองการเคลื่อนไหวของใบหน้าและการตอบสนองด้วยเสียงแบบเป็นธรรมชาติ ทำให้การตรวจสอบ KYC แยกของจริงกับของปลอมได้ยาก
การเกิดขึ้นของการฉ้อโกง KYC ด้วยปัญญาประดิษฐ์ทำลายรูปแบบการตรวจสอบแบบเดิม ธนาคารและแพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิทัลพึ่งพาการตรวจเอกสาร การจดจำใบหน้า และการตรวจจับการมีชีวิต แต่เครื่องมือนี้สามารถหลีกเลี่ยงการป้องกันสามชั้นพร้อมกันได้ ผู้โจมตีไม่จำเป็นต้องขโมยข้อมูลตัวตนจริงอีกต่อไป แต่สามารถสร้างตัวตนเสมือนได้อย่างรวดเร็ว เพื่อดำเนินการลงทะเบียนจำนวนมากและการฉ้อโกงภายในช่วงเวลาสั้นๆ
ผู้เชี่ยวชาญด้านฟินเทคเตือนว่า ระบบ KYC ที่มีอยู่จำนวนมากไม่สามารถตรวจจับการปลอมแปลงแบบลึกขั้นสูงได้อย่างสมบูรณ์ บริษัทบางแห่งเริ่มนำเครื่องมือตรวจจับที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์มาใช้ โดยวิเคราะห์ไมโครเอ็กซ์เพรสชันและความผิดปกติด้านพฤติกรรมเพื่อเพิ่มอัตราการตรวจจับ แต่ผู้โจมตีก็ยังคงยกระดับเทคนิคอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาอย่างรวดเร็วของการฉ้อโกงด้วยปัญญาประดิษฐ์เพื่อการปลอมแปลงตัวตน ทำให้เกิดการแข่งขันอย่างต่อเนื่องระหว่างการป้องกันและการโจมตี เพิ่มแรงกดดันด้านความปลอดภัยต่อแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัล
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า องค์กรจำเป็นต้องสร้างระบบป้องกันแบบหลายชั้น โดยผสานการเฝ้าระวังด้วยปัญญาประดิษฐ์และการตรวจสอบโดยมนุษย์ พร้อมทั้งนำวิธีวิเคราะห์พฤติกรรมมาใช้ เพื่อติดตามกิจกรรมที่น่าสงสัยหลังจากที่ผู้ใช้ลงทะเบียน กลยุทธ์การป้องกันแบบไดนามิกนี้ช่วยให้สามารถตรวจพบการฉ้อโกงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากขั้นตอนการตรวจสอบ เมื่อเครื่องมือปลอมแปลงแบบลึกที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ระบบ KYC เผชิญก็จะยังคงอยู่ในระยะยาว
พัฒนาการครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจแก่สถาบันการเงินว่า วิธีการตรวจสอบเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของตัวตนดิจิทัลได้ จำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนด้านการตรวจจับอัจฉริยะและการป้องกันแบบปรับตัว เพื่อรับมือกับคลื่นการฉ้อโกงที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ และเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าเชื่อถือให้แก่แพลตฟอร์มการเงินดิจิทัล